Scan & Get our app!

Get our app!

Download our app and stay connected on the go.

Download app
ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

เคล็ดลับ! วิธีคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ฉบับเข้าใจง่าย

เมื่อท่านเดินเข้ามาสู่ตลาดการเงิน มีองค์ประกอบต่างๆ มากมายที่ท่านจะต้องพิจารณาเต็มไปเสียหมด หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญเหล่านั้นก็คือ Return on Investment (ROI) หรือ ค่าผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเหล่าเทรดเดอร์จะคำนวณหาค่าเหล่านั้นเพื่อวัดโอกาสและความรวดเร็วในการทำกำไรจากการลงทุน หากจะพูดให้เข้าใจโดยง่ายก็คือ การวัดค่าดังกล่าวจะช่วยในการเปรียบเทียบผลกำไรหรือขาดทุน กับมูลค่าตั้งต้นของสินทรัพย์ที่ท่านลงทุนนั่นเอง

None

ข้อดีอีกอย่างของการวัดค่า ROI คือ มันสามารถใช้วัดผลตอบแทนได้ทั้งจากการลงทุนเพียงอย่างเดียวและการลงทุนโดยรวม นอกจากนั้น การคำนวณยังช่วยบ่งบอกความน่าสนใจของตัวเลือกการลงทุนแต่ละประเภท ทำให้ท่านสามารถเปรียบเทียบการลงทุนต่างๆ ได้ เพื่อการตัดสินใจในการลงทุนที่ถูกต้องโดยพิจารณาจากค่า ROI ที่สูงที่สุดนั่นเอง ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปเรียนรู้วิธีการคำนวณ ROI เพื่อประเมินค่าผลตอบแทนจากการลงทุนของท่านในอนาคต

ค่า Return on Investment (ROI) คืออะไร?

ก่อนจะไปเรียนรู้วิธีการคำนวณ ROI เรามาทำความเข้าใจ ROI หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุน กันก่อนดีกว่าครับ เพื่อให้เทรดเดอร์ทุกท่านเข้าใจการทำงานและประโยชน์ของค่าดังกล่าวมากยิ่งขึ้น ซึ่งประเด็นสำคัญ 2 ประการ ที่ท่านจำเป็นต้องรู้ ได้แก่:

  1. ROI จะถูกคำนวณออกมาเป็นหน่วยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ใช่ผลรวมทั้งหมด ทำให้นักลงทุนสามารถตั้งความคาดหวังกับผลตอบแทนที่จะตามมาได้อย่างง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น
  2. ในการคำนวณ ROI ท่านควรพิจารณาผลตอบแทนสุทธิ (Net return) จากผลต่างของผลตอบแทนรวมและเงินที่ใช้ลงทุน โดยท่านจะต้องไม่ลืมว่าผลตอบแทนที่ได้อาจมีค่าเป็นบวก (กำไร) หรือ ลบ (ขาดทุน) ก็ได้

ค่า ROI บวกและลบ คืออะไร? หมายความว่าอย่างไร?

ค่า ROI ที่เป็นบวก หมายถึง การคำนวณ ROI ที่ให้ค่าผลตอบแทนสุทธิเป็นตัวสีดำ ซึ่งมีนัยว่าท่านได้รับกำไรตอบแทนจากการลงทุนนั้นๆ เนื่องจากผลตอบแทนโดยรวมมีค่ามากกว่ามูลค่าเริ่มต้นของหุ้น หรือตราสารเทรดอื่นๆ

ค่า ROI ที่เป็นลบ หมายถึง การคำนวณที่มีผลตอบแทนสุทธิเป็นตัวสีแดง พูดง่ายๆ ก็คือ ท่านอาจขาดทุนจากการลงทุนนั้น ซึ่งนั่นหมายความว่า ผลตอบแทนที่ท่านได้รับอาจน้อยกว่าจำนวนเงินที่ใช้ลงทุนนั่นเอง

การคำนวณ ROI อย่างถูกต้องและแม่นยำ จะต้องอาศัยค่าใช้จ่ายโดยรวมในการลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุน ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ท่านสามารถเปรียบเทียบตัวเลือกการลงทุนต่างๆ เพื่อเลือกทุ่มเงินของท่านให้กับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนได้ดีที่สุด

Keadaan perdagangan terbaik di industri
Deposit bonus
sehingga 200% Deposit bonus 
sehingga 200%
Spread
dari 0 pip Spread 
dari 0 pip
Penganugerahan platform
Copy Trading Penganugerahan platform 
 Copy Trading
Sertai serta-merta

วิธีการคำนวณ ROI

ในการคำนวณค่า ROI ท่านสามารถใช้วิธีที่แตกต่างกันได้ 2 วิธี ดังนี้:

None

ข้อดี - ข้อเสีย ของค่า ROI

เอาล่ะครับ เมื่อทุกท่านทราบวิธีคำนวณค่าผลตอบแทนจากการลงทุนดีแล้ว มาลองพิจารณาข้อดีและข้อเสียของค่าดังกล่าว เพื่อผลประโยชน์ของตัวท่านเอง มันอาจจะจริงที่ว่าการหาค่า ROI ช่วยให้ท่านสามารถเลือกตราสารเพื่อเทรดหรือลงทุนได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน การพิจารณา ROI เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ท่านจะต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ เช่น กรอบเวลา (Timeframe), ระยะเวลาในการถือ Position และอื่นๆ อีกมากมาย

ประโยชน์ของ ROI

สิ่งที่ดีที่สุดของการคำนวณ ROI คือ วิธีการคำนวณที่ง่ายและไม่ซับซ้อน จากที่ท่านได้เรียนรู้มาแล้วด้านบน คงคิดเช่นเดียวกันใช่ไหมครับว่า มันคำนวณได้ไม่ยากเลย ยิ่งไปกว่านั้น ท่านสามารถเข้าใจวิธีดังกล่าวได้โดยง่ายแม้จะเพิ่งเริ่มเทรดหรือลงทุนเป็นครั้งแรก ซึ่งนั่นหมายความว่าเทรดเดอร์ทุกคนสามารถใช้วิธีนี้เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการคำนวณโอกาสทำกำไรจากตราสารเทรดต่างๆ และที่สำคัญ! แม้จะไม่ถนัดด้านการคำนวณตัวเลข แต่ท่านไม่มีทางคำนวณค่า ROI ผิดพลาดอย่างแน่นอนครับ เพราะมันง่ายจริงๆ!

ผลเสียของ ROI

แม้ว่าการคำนวณ ROI นั้นแสนง่าย แต่เทรดเดอร์อาจจะต้องพบเจอกับอุปสรรคบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อลงทุนไปเรื่อยๆ ในระยะยาว เนื่องจาก

  • ค่าผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าว ไม่ได้พิจารณาถึงระยะเวลาในการถือ position ซึ่งอาจกลายเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับเทรดเดอร์ที่พยายามหาตัวเลือกการเทรดที่ดีที่สุด โดยไม่ทราบเกี่ยวกับ timeframe ชัดเจน ตัวอย่างเช่น ท่านกำลังตัดสินใจเลือกเทรดระหว่างตราสาร X ซึ่งมีค่า ROI 25% และตราสาร Y ซึ่งมีค่า ROI 15% ท่านอาจคิดว่าตราสาร X มีความน่าสนใจมากกว่า และน่าลงทุนกว่าตราสาร Y ทั้งที่จริงแล้ว ค่า ROI ของตราสาร X อาจคำนวณจากระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ในขณะที่ค่า ROI ของตราสาร Y เกิดจากการคำนวณในระยะเวลาทั้งปี ซึ่งหมายความว่ามันให้ผลตอบแทนที่มั่นคงกว่า และคาดการณ์ผลตอบแทนได้ง่ายกว่า ดังนั้น timeframe จึงเป็นสิ่งที่ท่านควรพิจารณาเสมอ
  • ปัญหาสำคัญอีกอย่าง คือ ค่า ROI ไม่สามารถใช้เปลี่ยนแปลงความเสี่ยงจากการลงทุนได้ โดยท่านจะต้องเข้าใจว่า ROI นั้นเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงโดยตรง โดยหากท่านเลือกผลตอบแทนที่มีค่าสูง ค่าความเสี่ยงที่ได้ก็อาจจะสูงตาม ตัวอย่างเช่น นักลงทุนที่ถือพอร์ตที่มีค่า ROI 12% อาจต้องรับมือกับความเสี่ยงที่มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับพอร์ตที่มีค่า ROI 4% ซึ่งนั่นหมายความว่าผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนก็อาจจะแตกต่างกัน
  • สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ROI จัดอยู่ในกลุ่มการคำนวณที่ใช้บอกโอกาสในการทำกำไรก็จริง แต่จะให้ความสำคัญกับผลตอบแทนและกำไรที่จะได้รับจากสินทรัพย์ต่างๆ เท่านั้น ซึ่งนั่นอาจเป็นข้อเสียเนื่องจากการคำนวณดังกล่าว ไม่ได้พิจารณาถึงผลประโยชน์จากปัจจัยอื่นๆ (เช่น สภาพแวดล้อม, สถานการณ์ต่างๆ หรือสภาพสังคม) ดังนั้น เทรดเดอร์จึงมักจะใช้ Social ROI ซึ่งเป็นวิธีการคำนวณแบบใหม่แทน

บทสรุป

จริงที่ว่า เทรดเดอร์และนักลงทุนสามารถคำนวณหาโอกาสในการทำกำไรได้โดยง่าย แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีข้อเสียจากข้อจำกัดบางอย่างและยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบร่วมด้วยเช่นกัน เนื่องจากวิธีการดังกล่าวไม่ได้พิจารณาระยะเวลาในการถือ position และไม่สามารถใช้ปรับเปลี่ยนอัตราความเสี่ยงได้ ดังนั้น ผลตอบแทนจากการลงทุนก็เป็นเพียงแค่การวัดค่าพื้นฐานที่สามารถนำไปปรับใช้ในการพิจารณาความเสี่ยงจากการลงทุนเพื่อเปรียบเทียบตัวเลือกในการลงทุนต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ค่า ROI ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์การเทรดเดียวที่ท่านควรใช้ ท่านสามารถศึกษาเกี่ยวกับ ขนาดล็อตในการเทรด forex เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดของท่านให้มากยิ่งขึ้น!

ท่านสามารถติดตามบทเรียน forex ดีๆ เพิ่มเติมได้ ที่นี่

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน